ประวัติการผลิตซีอิ๊วในประเทศไทย
dot
dot
สินค้า - All Quality Products
dot
dot
ซอสสำหรับอาหารเจ Vegeterian
dot
bulletซอสเห็ดหอม ผสมเนื้อเห็ด
bulletน้ำจิ้มไก่ ซอสพริก น้ำจิ้มสุกี้
dot
ซีอิ๊วขาว - Soy Sauce
dot
bulletซีอิ๊วเห็ดหอม
bulletซีอิ๊วขาว สูตร 1
bulletซีอิ๊วขาว สูตร 4
bulletซีอิ๊วขาว สูตร 1 ตราป้ายทอง
dot
ซีอิ๊วดำ - Sweet Soy Sauce
dot
bulletซีอิ๊วดำหวาน สูตร 1
bulletซีอิ๊วดำ สูตร 5
dot
เต้าเจี้ยว - Soy Bean Paste
dot
bulletเต้าเจี้ยว สูตร 1
bulletโม่อิมสี เต้าเจี้ยวบด สูตร 1
dot
ซอสหอยนางรม - Oyster Sauce
dot
bulletซอสหอยนางรม ต้ากี่ สูตร 1
bulletซอสหอยนางรม สูตรฮ่องกง
dot
ซอสพริก - Chilli Sauce
dot
bulletซอสพริก สูตร 1
bulletซอสพริก สูตร 2
dot
น้ำจิ้มไก่ - Sweet Chilli Sauce
dot
bulletน้ำจิ้มไก่ สูตร 1
bulletน้ำจิ้มไก่ สูตร 2
dot
ซอสปรุงรส - Cooking Sauce
dot
bulletซอสปรุงอาหาร ฝาเขียว
dot
น้ำจิ้มสุกี้ - Sukiyaki Sauce
dot
bulletน้ำจิ้มสุกี้ เนื้อย่าง กระทะร้อน
dot
น้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย - Plum Sauce
dot
bulletน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย ผสมเนื้อบ๊วย
dot
ซอสเปรี้ยว - Sour Sauce
dot
bulletซอสเปรี้ยว จิ๊กโฉ่ว
dot
น้ำปลา - Fish Sauce
dot
bulletน้ำปลา ระยอง
dot
น้ำจิ้มซีฟู๊ด - Seafood Sauce
dot
bulletน้ำจิ้มซีฟู๊ด อาหารทะเล
dot
สมัครรับข่าวสาร Newsletter

dot




ประวัติการผลิตซีอิ๊วในประเทศไทย article
วันที่ 20/11/2018   17:04:35



บรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง ต้นตระกูลของ "หยั่น หว่อ หยุ่น" และ "ต้ากี่ 1950" จากประเทศจีน มณฑลกวางตุ้ง
  



ที่มาของซีอิ๊ว เครื่องปรุงรสสำคัญของอาหารจีน


" มารู้จักสี่เหย่า " สี่เหย่าฉองคือโรงซีอิ๊วนั่นเอง เสียงเรียก "ซีอิ๊ว" เป็นสำเนียงจีนแต้จิ๋ว
คนไทยนำมาเรียกว่า "ซี่อิ๊ว" ส่วนคนกวางตุ้งเราเรียกว่า "สี่เหย่า"
คำว่า "สี่" มาจาก "เต่าสี่" ที่หมายถึงเมล็ดถั่วเหลือง 
และ "เหย่า" คือน้ำมันหรือหัวน้ำเชื้อที่สกัดได้จากพืชผลและเมล็ดพืชต่างๆ
ดังนั้นสี่เหย่าจึงแปลว่า หัวน้ำเชื้อที่ได้จากถั่วเหลือง ซึ่งก็คือซอสปรุงรสชนิดหนึ่งนั่นเอง

"ซีอิ๊วเป็นอาหารที่ชาวจีนคิดค้นผลิตขึ้นมากว่า 3,000 ปีแล้ว แรกเริ่มใช้ถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบ
เพียงอย่างเดียว ต่อมาจึงค้นพบวิธีเอาข้าวสาลีเข้าผสมด้วยในขั้นตอนการหมัก ซีอิ๊วก็เช่นเดียว
กับอาหารและเครื่องดื่มหลายชนิดที่ได้รับการค้นพบและค้นคว้าพัฒนาโดยพระสงฆ์ จากนั้น
กรรมวิธีการผลิตซีอิ๊วได้แพร่หลายไปยังญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนในที่สุดกลายมาเป็น
เครื่องปรุงรสประจำวันที่จะขาดเสียมิได้เลย และซีอิ๊วได้พัฒนารูปแบบไปต่างๆนาๆตามแต่สถานที่
ที่ได้เดินทางไปถึง ที่เห็นชัดเจนคือในประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาแตกต่างออกไปจากจีนมาก ทั้งรสชาติ
ความข้นใส และการใช้งาน หากแต่พื้นฐานก็มาจากการผลิตของจีนเมื่อ 3,000 กว่าปีมาแล้วนั่นเอง"


"สี่เหย่า" ติดเข้ามากับชาวกวางตุ้งอพยพในกรุงสยามแต่โบราณกาล
เป็นการหมักถั่วด้วยวิธีธรรมชาติเอาไว้กินเองตามบ้าน จนเมื่อราว 80 ปีที่แล้วนี่เองที่มีการผลิตเพื่อขาย

จากการออกสัมภาษณ์บริษัทผลิตสี่เหย่าหลายแห่งที่มีชื่อเสียงในเมืองไทยขณะนี้
ไม่มีใครชี้ชัดลงไปได้ว่าตนเป็นเจ้าแรก เพราะการผลิตสินค้าสักอย่างหนึ่งในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีการไป
จดทะเบียนการค้า จึงยืนยันไม่ได้แน่นอนว่าใครมาก่อน ต่อมาเมื่อการค้าซับซ้อนขึ้น
ทางการต้องให้ไปจดทะเบียนเอาไว้เป็นหลักฐานการเสียภาษี เพื่อเอาเงินเข้าหลวง โรงงานสี่เหย่าที่ว่า
ต่างจึงต้องไปจดทะเบียนให้เรียบร้อย เมื่อเป็นเช่นนี้จึงกลายเป็นว่า ผู้ที่ไปจดทะเบียนก่อนก็คือผู้ที่ผลิตก่อน

ตัวอย่างหนึ่งของการผลิตเพื่อจำหน่ายนั้น ข้าพเจ้าฟังมาจากคุณตั่งหมั่นหอยแห่งร้านหยั่นหว่อหยุ่น ที่บางรักว่า
แต่เดิมเมื่อ 60 กว่าปีก่อนได้ใช้วิธีหมักถั่วเหลืองใส่ไหไว้บนดาดฟ้าตึก ปัจจุบันตึกที่ว่านี้ก็ยังอยู่
และยังจำหน่ายสี่เหย่าเช่นวันเก่าก่อน รวมทั้งมีไหเต้าเจี้ยวตั้งไว้เพื่อตักขายให้แก่คอเต้าเจี้ยวที่ไม่นิยมซื้อเป็นขวด
คนที่ผ่านไปมาจะเห็นว่ามีร้านเก่าแก่ตั้งอยู่ประจันหน้ากับวัฒนธรรมใหม่ของศูนย์การค้าโอฬารตา
ด้านหน้าจำหน่ายน้ำใบบัวบกและน้ำขมแก้ร้อนใน ด้านในคือร้านของชำแบบดั้งเดิมที่สมควรอนุรักษ์ไว้อย่างยิ่ง

คุณตั่งหมั่นหอย รุ่นที่ ๒ ของหยั่นหว่อหยุ่น พูดถึงการค้าในกรุงสยามเมื่อเกือบ 60 ปีก่อนว่า
"...การค้าไม่ได้ขยายตัวมากอย่างปัจจุบัน หมักถั่วไว้ 20 ไหบนดาดฟ้าร้านเราก็ถือว่าเยอะแล้ว
เราเอาถั่วใส่ไหไว้ แล้วหมักด้วยวิธีตามธรรมชาติจริงๆ"
เมื่อหมักจนได้น้ำซอสถั่วเหลืองที่หอมหวานและอร่อยแล้ว มีการปรุงรสอีกเล็กน้อย
อันถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละร้าน เมื่อได้เวลาก็นำออกตวงใส่ขวดวางขายที่หน้าร้าน
ลูกค้าระดับชาวบ้านร้านช่องหรือภัตตาคารจะตามมาซื้อถึงที่เอง การผลิตก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร
เพียงมุ่งแต่ว่าต้องรักษาการหมักแบบดั้งเดิมไว้เพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียง จากการสัมภาษณ์ได้รับคำยืนยันแน่นอนว่า
ในยุคเดียวกันมีร้านชำที่ผลิตสี่เหย่าเองอีกหลายแห่ง และคนกวางตุ้งเป็นผู้นำในการผลิตสี่เหย่า ในขณะที่
คนแต้จิ๋วนำเอาการผลิตน้ำปลาเข้ามากับพวกเขา เรื่องน้ำปลานี้จะได้ค้นหาความจริงกันต่อไปภายหลัง
ขณะนี้ยังไม่กล้ายืนยันเพราะยังไม่ได้ค้นคว้า เพียงแต่ฟังเขาเล่ามาเท่านั้น


อีกท่านหนึ่งที่ได้เล่าถึงเส้นทางการผลิตสี่เหย่าแบบอุตสาหกรรม
คือคุณสมหวัง ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของหยั่นหว่อหยุ่น เจ้าของเครื่องหมายการค้าตราเด็กสมบูรณ์ 
"...รุ่นแรกคือคุณปู่ที่เดินทางมาจากเมืองจีน แต่เดิมท่านเป็นเจ้าของร้านชำในตลาดบางรัก
ย่านคนกวางตุ้งอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ สินค้าที่ขายก็มีน้ำขม (หล่องฉ่า) น้ำใบบัวบก น้ำเก๊กฮวย (ก๊กฝ้าฉ่า)
อาหารแห้ง ตำรับยาจีนโบราณ และสินค้านำเข้าจากจีน เช่นร้านชำทั่วไปในขณะนั้น แต่แรกยังไม่ได้ทำสี่เหย่า
เพียงผลิตแต่น้ำขมแก้ร้อนในออกขายหน้าร้านเท่านั้น แต่ต่อมาก็เห็นว่าน่าจะลองเปิดโรงซีอิ๊วดู เพราะแต่ก่อน
สมัยอยู่เมืองจีนคุณปู่เคยได้ทำเหมือนกัน จึงตั้งโรงงานขึ้นแห่งแรกที่ถนนประมวญ สีลม บนเนื้อที่ 200 ตารางวา"

ภายหลังเมื่อกิจการเจริญขึ้น ก็ได้ย้ายจากที่เช่าบนซอยประมวญไปยังที่ดินขนาด 1 ไร่ในซอยวัดไผ่เงิน
โรงงานสี่เหย่าของเขาอยู่ท่ามกลางสวนผักและโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเบาอื่น ๆ
เช่น โรงงานแก้ว โรงงานเหล็ก และโรงกลึง เพราะตรอกจันทร์เมื่อ 50 ปีก่อนคือถนนสายอุตสาหกรรม
เป็นย่านกันดารห่างไกลผู้คน ในขณะที่ถนนสายชุมชนยังอยู่แถวสนามหลวงและย่านการค้าคือเยาวราช

การผลิตเริ่มแรกเพียงเน้นอยู่ที่ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วหวาน เต้าเจี้ยว และเป็นไปในลักษณะครอบครัว
"หยั่นหว่อหยุ่น" โดยคำแปลหมายถึง ครอบครัวที่ยิ่งใหญ่และอบอุ่น 
และสำหรับโลโก้ตราเด็กสมบูรณ์นั้น คุณสมหวังอธิบายว่า แต่เดิมการเลี้ยงดูเด็กในสยามยังไม่มีนมผงจากต่างประเทศ
คนจีนสมัยก่อนจึงเลี้ยงเด็กด้วยข้าวต้มขาวใส่เกลือให้เกิดรสขึ้นมา ซึ่งเด็กกินแล้วไม่เจริญอาหารนัก
หลายคนคงยังจำได้ถึงข้าวต้มเละๆ ใส่เกลืออันเป็นมื้อประจำของคนกวางตุ้งเรา
ต่อมาเมื่อมีซีอิ๊วขาวแล้ว แม่บ้านจึงนิยมเหยาะใส่ข้าวต้มให้เด็กแทนเกลือ ความหอมและรสกลมกล่อมของซีอิ๊ว
ทำให้เด็กเจริญอาหารยิ่งกว่าเกลือ คุณปู่ผู้ริเริ่มและคุณพ่อซึ่งเป็นคนผลิตจึงเกิดความคิดว่าเอารูปเด็กสมบูรณ์แล้วกัน
เป็นการสื่อว่าถ้ากินซีอิ๊วแล้วเด็กจะสมบูรณ์อ้วนท้วนแข็งแรงแบบนี้


และรูปตราเด็กสมบูรณ์นี้ คุณจงเจตน์ ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ (ไกรนันท์รัตน์ กีรติธนทัต)ทายาทรุ่นที่ 3 ของหยั่นหว่อหยุ่น
เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ต้ากี่ หยั่นหว่อหยุ่น 1999 จำกัด ตราเด็กอ้วน (ปัจุบันคือบริษัท ต้ากี่ 1950 จำกัด)
ได้ขยายความให้ฟังว่า ทางผู้ใหญ่ได้ไปว่าจ้างครูที่โรงเรียนกว๋องสิวช่วยวาดให้ และได้กลายมาเป็นโลโก้สำคัญจนทุกวันนี้

สำหรับซีอิ๊วที่ผลิตในเมืองไทย แม้จะมีเชื้อสายจีนแต่ก็ได้เปลี่ยนแปลงและปรับมาตรฐานไปตามความนิยมและกาลเวลา
คุณสมหวัง ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ เล่าว่า 
"ซีอิ๊วที่ผลิตในประเทศจีนนั้นสีจะดำและมีรสเค็ม ส่วนซีอิ๊วหวานนั้นแทบจะไม่ได้ใช้เลยในการปรุงอาหาร
คงใช้เพียงซีอิ๊วขาวตัวเดียว แต่ถึงจะชื่อซีอิ๊วขาว สีของน้ำซีอิ๊วกลับไม่ขาว หากมีสีดำและเค็ม
ที่สำคัญคือไม่หอม สู้ของไทยไม่ได้ ถ้าเอาซีอิ๊วจีนใส่น้ำแกงหรือเหยาะข้าวต้ม อาหารจะออกสีดำมาก
ตรงนี้เข้าใจว่าเป็นความนิยมของคนจีน ดังนั้นเมื่อซีอิ๊วของไทยไปยืนอยู่ในตลาดโลกแล้ว
สินค้าของเราจึงถูกวางอยู่ในตำแหน่ง Thin Soy Sauce ส่วนซีอิ๊วของจีนเรียกว่า Regular Soy Sauce
หรือ Chinese Soy Sauce และมีของญี่ปุ่นที่เรียกว่า Japanese Soy Sauce
และซีอิ๊วขาวของไทยเรามีสีอ่อนบางใสที่สุด

"สีที่อ่อนบางใสของซีอิ๊วที่ผลิตในเมืองไทยทำให้เมื่อไปเสนอขายในตลาดโลกแล้วเกิดปัญหา
เพราะพ่อครัวฮ่องกงหรือกุ๊กจีนไม่นิยมใช้เนื่องจากสีอ่อนดังกล่าวแล้ว แต่ในเมืองไทยกลับนิยมสีอ่อน
เพื่อให้น้ำแกงใส หรืออาหารออกมาสีไม่คล้ำ โดยเฉพาะการผัดผักที่ไม่ต้องการให้สีคล้ำ
ถ้าพ่อครัวในเมืองไทยต้องการให้สีแก่อาหาร เช่นการย่างหมูหัน เราจะใช้ซีอิ๊วหวานทาลงไป
ส่วนการทำเป็ดพะโล้หรือเคี่ยวอาหารบางอย่างให้เกิดสีสวย เราจะใช้ซีอิ๊วดำช่วย
ไม่เพียงแต่ซีอิ๊วเท่านั้น ผลิตภัณฑ์อื่นของโรงซีอิ๊ว เช่น น้ำมันหอย ทางฮ่องกงก็นิยมสีดำกว่าของไทย
จึงพอสรุปได้ว่าไม่มีการผลิตหรือใช้ซีอิ๊วดำในตลาดจีน และเท่าที่พบเห็นมาจากต่างประเทศ
การบริโภคซีอิ๊วดำพบแต่ในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทยเท่านั้น ประเทศเหล่านี้นิยมใช้มาก
โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซีย ในขณะที่จีนทั่วไปไม่ผลิตและไม่ใช้ จึงเกิดเป็นข้อสงสัยขึ้นว่า
หรือจะมีแต่คนจีนที่กวางตุ้งเท่านั้น ที่นิยมใช้ซอสปรุงรสหลายชนิดในการปรุงอาหาร "

สำหรับข้อสงสัยนี้ข้าพเจ้าได้ไปซักถามเอาจากคนกวางตุ้งรุ่นเก่า ๆ มีทั้งพ่อครัวจากเมืองจีน
เจ้าของร้านชำหลายแห่ง เจ้าของภัตตาคารจีน รวมทั้งผู้ที่นิยมการปรุงอาหารในเมืองจีนที่ได้พบมา
ต่างยืนยันว่า ชาวกวางตุ้งคือกลุ่มชนที่มีการค้นคิดซีอิ๊วที่หลากหลายมากกว่าจีนอื่น
คือมีการใช้ซีอิ๊วหลายขนานในขณะที่จีนอื่นไม่นิยม


อุปสรรคใหญ่ของธุรกิจซีอิ๊วและผลิตภัณฑ์ไทยเชื้อสายจีนอื่น ๆ ที่ผลิตได้ในประเทศไทยระยะแรก 
คือความไม่นิยมสินค้าที่ผลิตได้ในเมืองไทย เนื่องจากพ่อครัวภัตตาคารเมื่อ 60-70 ปีก่อนนั้น
คือคนจีนที่มาจากเมืองจีนจริงๆ บางภัตตาคารก็ว่าจ้างพ่อครัวจากฮ่องกงเข้ามา คนเหล่านี้ย่อม
ติดการใช้เครื่องปรุงที่ตนเองเคยใช้ จะโน้มน้าวใจให้เปลี่ยนมาใช้ของพื้นเมืองเขาก็เกรงว่าจะผิดรสชาติไป
ทำให้เสียชื่อพ่อครัวคนปรุง แต่ครั้นต่อมาของจากจีนหายากเข้า
ภัตตาคารชั้นธรรมดาจึงต้องหันมาเปลี่ยนสูตรใช้ของที่ผลิตได้ในประเทศ คงมีแต่ภัตตาคารชั้นดีที่ยังสั่งสินค้า
เข้ามาจากฮ่องกง อย่างไรก็ตาม ระยะหลังความนิยมเครื่องปรุงรสจากต่างประเทศก็ลดน้อยลงเรื่อย ๆ
เพราะการไปหาซื้อสินค้าจีนนั้น ยากกว่าการหาซื้อของที่ผลิตได้ในประเทศ ที่สำคัญ โดยพื้นฐานแล้ว
เครื่องปรุงรสอาหารถือเป็นสินค้าประจำวัน จึงต้องสะดวกซื้อ โดยเฉพาะภัตตาคาร ร้านอาหารจะฝากการค้าไว้
กับสินค้าที่รอส่งเข้ามาไม่ได้เนื่องจากไม่มีความแน่นอน ในที่สุดพฤติกรรมการใช้เครื่องปรุงรสจากจีนจึงเปลี่ยนไป


ส่วนความนิยมของคนทั่วไปที่หันมาใช้ซีอิ๊วแทนเกลือและน้ำปลานั้น เจ้าของร้านหยั่นหว่อหยุ่นที่บางรักบอกว่า 
"ความนิยมใช้ซีอิ๊วค่อย ๆ เกิดขึ้นจากวงอาหารเจ แต่ก่อนคนทั่วไปใช้น้ำปลาและเกลือเพราะมีราคาถูกกว่า
แต่การปรุงอาหารเจนั้นมีความจำเป็นต้องใช้ซีอิ๊วขาว เพราะผลิตจากถั่วเหลืองและเพื่อชูรสให้ผักและแป้ง
ให้มีรสชาติดีขึ้น และยิ่งมานิยมกันมากเมื่อคนไทยตื่นตัวกับการกินอาหารที่มีคุณค่า ผลิตภัณฑ์ที่มาจาก
ถั่วเหลืองจึงเป็นที่นิยมกันแพร่หลายมาก ถือว่าเป็นอาหารสุขภาพตัวหนึ่ง"

มีข้อสังเกตที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับอุตสาหกรรมของคนกวางตุ้ง นั่นคือ
แม้ชาวกวางตุ้งจะริเริ่มและมีธุรกิจหลากหลายในเมืองไทย แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป จีนอื่นได้เข้ามามีบทบาท
มากกว่าคนจีนกวางตุ้งมาก ดูจะมีแต่อุตสาหกรรมการผลิตซีอิ๊วเท่านั้นที่....คนกวางตุ้งครองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
เรื่องนี้คุณสมหวังได้ให้ทัศนะว่า 
"การทำซีอิ๊วนั้นเป็นการผลิตที่มีเอกลักษณ์มาก อยากใช้คำว่า "unique" คือเป็นยิ่งกว่าการผลิต
นั่นคือถือว่าเป็นวัฒนธรรมเลยทีเดียว ไม่ใช่เพียงมีเครื่องมือทันสมัยแล้วจะผลิตซีอิ๊วได้
characteristic ของซีอิ๊วคือ อาหารหมัก ซึ่งต้องมีเทคนิคมาก การหมักต้องใช้พื้นที่มากซึ่งหมายถึงลงทุนมาก
ต้องมีที่เก็บถั่วเหลืองอันเป็นวัตถุดิบ และยังต้องเก็บไม่ให้ชื้นด้วย ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อว่า
ความพิเศษของผลิตภัณฑ์ซีอิ๊ว ทำให้ชาวกวางตุ้งครองตลาดตรงนี้มาได้เป็นเวลายาวนาน"

และที่น่ายินดีคือ การผลิตซีอิ๊วของสี่เหย่าฉองในเมืองไทยใช้ถั่วเหลืองที่มีอยู่ในประเทศทั้งสิ้น
เนื่องจากกระบวนการผลิตสี่เหย่าไม่ได้ต้องการน้ำมันจากเม็ดถั่ว เพียงต้องการสกัดโปรตีนออกมา
แล้วผ่านกระบวนการหมักให้มีรสตามต้องการ
แต่ถั่วเหลืองจากต่างประเทศเป็นถั่วเม็ดใหญ่ พันธุ์ดี และให้น้ำมันมาก จึงไม่นิยมนำมาผลิตซีอิ๊ว


ปัญหาในอนาคตของการผลิตสินค้าไทยเชื้อสายจีนคือ เมื่อจีนเริ่มเข้าสู่การค้าเสรี
และสามารถส่งสินค้าราคาถูกออกมาตีตลาดโลก เมื่อนั้นซีอิ๊ว น้ำส้มดำ น้ำมันหอย เต้าเจี้ยว และอีกหลายอย่าง
คงต้องปรับตัวกันยกใหญ่ ถึงตรงนี้ก็ต้องมาแข่งกันบริหารต้นทุนการผลิต และศึกษาว่าจีนเขาทำได้อย่างไร
หากเขาทำได้ดีกว่าเราก็ต้องยอมรับและเปลี่ยนแปลงไป
ส่วนร้านชำกวางตุ้งหรือจาบฟอโผวนั้นได้กลายเป็นตำนานไปเรียบร้อยแล้ว


ที่มา : นิตยสารสารคดี Feature Magazine ISSN 0857-1538 
ปีที่ 17 ฉบับที่ 206 เดือน เมษายน 2545

เรื่อง: ยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง


  




ข่าวสารประชาสัมพันธ์ - Information

ต้ากี่ 1950 สนับสนุนเทศกาลถือศีลกินเจ วันที่ 20/11/2018   17:05:01 article
สินค้า Private Brand, House Brand วันที่ 20/11/2018   17:05:17 article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (137073)

อายุ 62 ปีแล้ว จำได้เมื่อห้าหกสิบปีก่อน ยายซื่งเป็นชาวจีนกวางตุ้งเคยเป็นกุ๊กอยู่โรงพิมพ์หนังสือพิมพ์จีนที่ถนนเสือป่า ช่วงปิดเทอมตอนนั้นเรียนอยู่ซือลิบจิงกวงจะไปฃ่วยยายจ่ายตลาดที่ตลาดเก่า บ่อยครั้งที่ซี่อิ๊วขาวหมด ยายพูดได้แต่จีนกวางตุ้งจะให้ไปซื้อซั้งเช้า 2 ขวด ซื่งคำว่าซั้งเช้าคงจะเป็นซี่อิ๊วขาว ตอนนั้นเห็นมีแต่ตราแมลงปอ จึงอยากทราบว่าตราแมลงปอใครเป็นผู้ผลิต เกี่ยวข้องกับต้ากี่ หยั่นหวอหยุ่น หรือเปล่า ปัจจุบันยังผลิตขายหรือเปล่า

ผู้แสดงความคิดเห็น mko วันที่ตอบ 2011-01-20 09:23:26 IP : 58.64.51.104


ความคิดเห็นที่ 2 (140436)

ซีอิ้วขาวสูตรเจ ต่างจากซีอิ้วขาวปกติยังไงค๊ะ ขอความรู้ด้วยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น m วันที่ตอบ 2011-09-27 07:18:25 IP : 93.97.132.37


ความคิดเห็นที่ 3 (140756)

ชีอิ้วขาวสูตรเจหรือชีอิ้วขาวปรกติก็คือตัวเดียวกันครับ แต่ช่วงเทศการกินเจชีอิ้วขาวมักจะพิมพ์อักษรเจเพิ่มลงไปเท่านั้น   ส่วนชีอิ้วขาวตราแมลงปอยังพอมีขายแต่หาซื้อยากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น soraknon (sorakhon_isan-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-11-08 21:27:23 IP : 101.108.225.244


ความคิดเห็นที่ 4 (141787)

ต้องขอชี้แจงก่อนครับว่า ต้ากี่ หยั่นหว่อหยุ่น
ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บ. ต้ากี่ 1950 จก. แล้วครับ

โดย ต้ากี่ ผลิตสินค้าเฉพาะตราเด็กอ้วน ตราต้ากี่ ตราอ่าวศิลา ตราป้ายทอง ครับ
และรับผลิตให้กับตราอื่นๆ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตราแมลงปอ ครับ

จึงเรียนมาเพื่อทราบครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2012-02-17 13:00:02 IP : 58.9.111.187


ความคิดเห็นที่ 5 (144977)

 

ขอบคุณมากค่ะที่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับซีอิ้ว   น่าสนใจมากค่ะ    

ซีอิ๊วสมัยก่อนหมักธรรมชาติ สงสัยไม่ได้ใช้จุลลินซีเข้าช่วย พออธิบายได้ไหมคะว่าเขาใส่อะไรกันตอนแรก เพราะเห็นว่าต่อมาใช้แป้งสาลีเข้าช่วย อยากทราบเหตุผลที่ต้องใช้แป้งสาลี   สมัยนี้คนแพ้อาหารจำพวกแป้งสาสีก็เยอะมาก  ถ้ายกเลิกแป้งสาลีในส่วนผสมจะดีมาก    เคยอ่านในหนังสือการถนอมอาหารของไทย เคยอ่านมาว่า วิธีทำซีอิ้๊วใน ให้ใช้กระเทียม กะหล่ำปลี หัวไชโป้สับ ข่า  เกลือ น้ำตาลทรายที่ไม่ได้ขัดขาว หั่นแล้วหมักเข้าด้วยกันตากแดด หลายอาทิตย์จนน้ำออกมา   ก็คือซีอิ๊วใส   แต่ก็แปลกว่าเขาไม่ใช้ถั่วเหลืองเลย  ดิฉันลองทำดู แล้วก็ทิ้งไว้ในห้องที่อุ่นเพราะอยู่ต่างประเทศ มันไม่ร้อนเหมือนเมืองไทย  ผลลัพท์ ก็อร่อยดี  แต่ได้น้ำซีอิ้วใส น้อยมากไม่พอกับการทำกับข้าว 

ผู้แสดงความคิดเห็น Soya lover (contact-at-kruathai-dot-co-dot-uk)วันที่ตอบ 2013-09-23 07:41:00 IP : 92.236.109.68


ความคิดเห็นที่ 6 (145123)

 ไม่ทราบว่าเต้าเจี้ยวดำ มีส่วนผสมของแป้งสาลีหรือไม่คะ พอดีลูกแพ้แป้งสาลีค่ะ ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น wallapa วันที่ตอบ 2014-02-07 17:07:57 IP : 180.183.53.65


ความคิดเห็นที่ 7 (145164)

อยากให้ช่วยผลิตเต้าเจี้ยว ซี่อิ๊วดำที่ไม่มีส่วนผสมของแป้งสาลีจังค่ะ แต่อาจจะยุ่งยากสำหรับฝ่ายผลิต เพราะทุกขั้นตอนการผลิตต้องปราศจากการปนเปื้อนของแป้งสาลี จากการผลิตสินค้าตัวอื่นด้วย แต่ก็ยังแอบมึความหวัง ว่าจะมีโอกาสให้ลูกได้กินบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น pinggiititi วันที่ตอบ 2014-03-25 21:51:44 IP : 125.24.37.76


ความคิดเห็นที่ 8 (145166)

จะติดต่อซื้อกากซีอิ้วได้ที่ไหนคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น JBF วันที่ตอบ 2014-03-26 13:39:20 IP : 192.168.0.80


ความคิดเห็นที่ 9 (156618)

 ความเค็ม ของซีอิ้วขาวเห็ดหอม กับ ซอสถั่วเหลือง ต่างกันใหมครับ อันใหนเค็มกว่ากัน

ผู้แสดงความคิดเห็น บอมบ์ วันที่ตอบ 2014-11-02 06:52:00 IP : 49.230.133.11



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท ต้ากี่ 1950 จำกัด
ที่อยู่ : 33 , 33/1 หมู่ 3 ซอยวัดเทียนดัด ถ.เพชรเกษม
ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม รหัสไปรษณีย์ 73160
โทรศัพท์ : 02-429-0627 , 02-429-0711 โทรสาร : 02-812-5032
เว็บไซต์ :
https://www.takee1950.com อีเมล : info@takee1950.com

TAKEE 1950 CO.,LTD.
Address : 33 , 33/1 Moo 3 Soi.Wattiendad, Petchkasem Rd.,
Omyai, Samparn, Nakhonpathom 73160, THAILAND
Tel : +662-429-0627 , +662-429-0711 Fax : +662-812-5032
Website : https://www.takee1950.com E-mail : info@takee1950.com

Product of Thailand
泰国产品